Ithipiso Bagawa Araham Samma Sambuddho ความจริงนี่ควรจะทำอย่างนี้ ในเมื่อบริกรรมภาวนาไปถ้ามันเกิดง่วงๆเหมือนอยากจะนอนหลับ ก็ปล่อยให้มันหลับไปเลย มันจะหลับจริงๆเหมือนอย่างนอนหลับก็ให้มันหลับลงไป ในเมื่อมันผ่านความหลับอย่างธรรมดาหลายๆครั้งเข้า เพราะอาศัยการบริกรรมภาวนา เมื่อหลับลงไปแล้วสมาธิมันจะเกิดเอง ไม่ต้องกลัว ปล่อยให้มันหลับลงไป ทีนี้ในเมื่อหลับลงไปแล้ว ถ้าหากว่าจิตของผู้หลับนั้น แม้แต่จะหลับในเวลานั่งก็ตาม หลับเวลานอนก็ตาม ถ้าหลับลงไปแล้ว จิตมันมีอาการเคลิ้มๆ แล้วก็สว่าง ส่งกระแสออกไปข้างนอก มันจะเกิดนิมิตรต่างๆขึ้นมา นิมิตรอันนั้นคือความฝัน ทีนี้อย่างพระอริยะเมื่อท่านนอนหลับแล้ว ท่านก็ยังฝันเหมือนกัน แต่ความฝันของพระอริยะนั้นคือ นิมิตร แล้วท่านจะไม่ได้ฝันแบบที่เรียกว่าหาจุดหมายปลายทางไม่ได้ เหมือนอย่างคนสามัญธรรมดา อะอืมๆ ท่านฝันเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ท่านรู้ท่านเห็น หรือบางทีอาจจะ อะอืมๆ เกิดนิมิตรขึ้นมา ว่า พรุ่งนี้จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเป็นต้น อันนี้เรียกว่า นิมิตร
ความจริงนี่ควรจะทำอย่างนี้
ในเมื่อบริกรรมภาวนาไปถ้ามันเกิดง่วงๆเหมือนอยากจะนอนหลับ
ก็ปล่อยให้มันหลับไปเลย
มันจะหลับจริงๆเหมือนอย่างนอนหลับก็ให้มันหลับลงไป
ในเมื่อมันผ่านความหลับอย่างธรรมดาหลายๆครั้งเข้า เพราะอาศัยการบริกรรมภาวนา
เมื่อหลับลงไปแล้วสมาธิมันจะเกิดเอง ไม่ต้องกลัว ปล่อยให้มันหลับลงไป
ทีนี้ในเมื่อหลับลงไปแล้ว ถ้าหากว่าจิตของผู้หลับนั้น แม้แต่จะหลับในเวลานั่งก็ตาม
หลับเวลานอนก็ตาม
ถ้าหลับลงไปแล้ว จิตมันมีอาการเคลิ้มๆ แล้วก็สว่าง ส่งกระแสออกไปข้างนอก
มันจะเกิดนิมิตรต่างๆขึ้นมา นิมิตรอันนั้นคือความฝัน
ทีนี้อย่างพระอริยะเมื่อท่านนอนหลับแล้ว ท่านก็ยังฝันเหมือนกัน
แต่ความฝันของพระอริยะนั้นคือ นิมิตร
แล้วท่านจะไม่ได้ฝันแบบที่เรียกว่าหาจุดหมายปลายทางไม่ได้
เหมือนอย่างคนสามัญธรรมดา
อะอืมๆ
ท่านฝันเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ท่านรู้ท่านเห็น
หรือบางทีอาจจะ
อะอืมๆ เกิดนิมิตรขึ้นมา ว่า พรุ่งนี้จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเป็นต้น
อันนี้เรียกว่า นิมิตร
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น