คืนเพ็ญวิสาขะ

#จิตเกิดมรรคผล#อนุปาทาปรินิพพาน#ปรินิพพานมี๓คือกิเลสปรินิพพาน#ขันธปรินิพพาน#ธาตุการปรินิพพานแห่งธาตุ#เวลาที่เราภาวนาพละ๕มันจะรวมกำลังขึ้นมาเป็นหนึ่ง #รวมเข้ามาที่จิตนี่เองเป็นกำลังหนุนกำลังเสริมจนกระทั่งจิตตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมา#เวลาที่อริยมรรคเกิดสมาธิเต็มกำลังเต็มศีลสมาธิปัญญาเต็ม#คุณงามความดีนั้นเต็มในขณะนั้นก็จะเกิดพลังงานที่มหาศาล #อาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตเอาไว้มันจะถูกแหวกออกไปขาดสะบั้นออกไป#ใครรู้สึกว่าจิตมีเปลือกบ้างลองยกมือซินี่เห็นเปลือกของมันแล้วรู้สึกไหมเหมือนติดคุกอยู่#รู้สึกไหมว่าทุกข์แค่เห็นอย่างนี้คือเห็นทุกข์แล้วนะเราจะรู้เลยจิตเราไม่มีความสุข#จิตเราไม่อิสระจิตเราติดคุกอยู่เปลือกนี้แตกตอนที่อริยมรรคเกิด#ไม่มีวิธีอื่นที่เปลือกนี้จะแตกได้เลยมีแต่ตอนที่เกิดอริยมรรค๔ครั้ง#โสดาปัตติมรรค #สกิทาคามีมรรค#อนาคามีมรรค#อรหัตตมรรค#ตอนที่เกิดมรรคนี่สิ่งที่ห่อหุ้มตัวผู้รู้อยู่จะแตกออก#จิตที่เป็นอิสระที่เป็นธาตุรู้จะเป็นอิสระขึ้นมาสว่างไสวขึ้นมา#ในพระสูตรบอกว่าอาโลโกอุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้น#ทีนี้บางท่านบางองค์ในขณะที่เกิดอริยมรรค มีความสุขเกิดร่วมด้วย#ที่หลวงปู่ดูลย์เรียกว่าจิตยิ้มฉะนั้นจิตยิ้มนี่เกิดกับบางคนนะบางคนจิตไม่ยิ้ม#จิตแค่อมยิ้มเฉยๆ #บางคนจิตยิ้มอย่างแรงเลยจิตสงบสันติอันนั้นเป็นอุเบกขา#บางท่านบางองค์จิตยิ้มเบิกบานขึ้นมาอันนั้นจิตมีโสมนัส #เพราะฉะนั้นตอนที่บรรลุอริยมรรคมีเวทนา๒ชนิดคือมีโสมนัสหรือมีความสุขกับมีอุเบกขา#เกิดได้ทั้ง๒แบบเกิดชั่วขณะจิตเดียว ถัดจากอริยมรรคที่แหวกสิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่ขาดสะบั้นลงไปอริยผลจะเกิดขึ้น” #เมื่อใดบุคคลพิจารณาเห็นโลกเสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา#เมื่อนั้นบุคคลนั้นย่อมไม่ยึดถือว่าเป็นของเราย่อมไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี #บุคคลผู้บรรลุธรรมอันสูงสุดแล้วไม่มีความต้องการอะไรในโลกทั้งปวง#ย่อมไม่เศร้าโศกในเวลาตายดุจบุคคลออกจากเรือนที่ถูกไฟไหม้ฉะนั้น #สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งมีอยู่ในโลกนี้ก็ดี#ภพที่สัตว์ย่อมได้ในโลกนี้ก็ดีพระพุทธเจ้าแสวงหาคุณใหญ่ได้ตรัสไว้ว่าสิ่งทั้งหมดนี้ไม่เป็นอิสระ#ผู้ใดรู้แจ้งธรรมข้อนั้นเหมือนดังที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ผู้นั้นย่อมไม่ยึดถือภพใดใด#ดัง บุคคลผู้ไม่จับก้อนเหล็กแดงอันร้อนโชนฉะนั้น#เราไม่มีความคิดว่าได้มีมาแล้วจักมีต่อไปสังขารจักปราศจากไป#จะคร่ำครวญไปทำไมในเพราะสังขารนั้นเล่า #ดูกรนายโจร ความกลัวย่อมไม่มีแก่ผู้พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง ซึ่งความเกิดขึ้นแห่งธรรมอันบริสุทธิ์ และความสืบต่อแห่งสังขารอันบริสุทธิ์ เมื่อใดบุคคลพิจารณาเห็นโลกเสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา เมื่อนั้น บุคคลนั้นย่อมไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา ย่อมไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี เรารำคาญด้วยสรีระ ไม่ต้องการด้วยภพ ร่างกายนี้จักแตกไป และจักไม่มีร่างกายอื่น ถ้าท่านทั้งหลายปรารถนาจะทำกิจใดด้วยร่างกายของเรา ก็จงทำกิจนั้นเถิด ความขัดเคืองและความรักใคร่ในสรีระนั้น จักไม่มีแก่เราเพราะเหตุที่ท่านทั้งหลาย ทำกิจตามปรารถนาด้วยร่างกายของเรานั้น.โจรทั้งหลายได้ฟังคำของท่าน อันอัศจรรย์อันทำให้ขนลุกชูชันดังนั้นแล้ว จึงพากันวางศาตราวุธ แล้วกล่าวดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ความไม่เศร้าโศกที่ท่านได้นี้ เพราะท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ หรือใครเป็น อาจารย์ของท่าน หรือเพราะอาศัยคำสั่งสอนของใคร#พระเถระได้ฟังดังนั้นแล้วจึงได้กล่าวตอบว่า #พระศาสดาผู้เป็นสัพพัญญู#รู้เห็นธรรมทั้งปวงชนะหมู่มามีพระกรุณาใหญ่#ผู้รักษาพยาบาลชาวโลกทั้งปวงเป็นอาจารย์ของเรา #ธรรมเครื่องให้ถึงความสิ้นอาสวะอันยอดเยี่ยมนี้ #พระองค์ทรงแสดงไว้แล้วความไม่เศร้าโศกเราได้เพราะอาศัยคำสั่งสอนของพระองค์ #พวกโจรฟังถ้อยคำอันเป็นสุภาษิตของพระเถระผู้เป็นฤาษีแล้วพากัน#วางศาสตราและอาวุธบางพวกก็งดเว้นจากโจรกรรม #บางพวกก็ขอบรรพชา #โจรเหล่านั้นครั้นได้บรรพชาในศาสนาของพระสุคตแล้ว #ได้เจริญโพชฌงค์และพลธรรม #เป็นบัณฑิตมีจิตเฟื่องฟูเบิกบานมีอินทรีย์อันอบรมดีแล้ว#ได้บรรลุสันตบทคือนิพพานอันหาปัจจัยปรุงแต่งมิได้#จบอธิมุตตเถรคาถา

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การสำเร็จมรรคผล#กาลเวลาย่อมเยียวยาได้ทุกสรรพสิ่ง#เลยไปหนึ่งอสงไขยข้าพระอ...

เรื่อง "การเข้าผลสมาบัติ" วัน 2020 12 03 เวลา 08.30 น.